อะไรคือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและวิธีการรักษา

อะไรคือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและวิธีการรักษา

sad-man-on-edge-of-bed - Siam Blockchain
สิ่งที่ผู้ชายไม่ชอบที่สุดน่าจะเป็นภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ การร่วมเพศไม่สำเร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เสียอารมณ์ทั้งสองฝ่าย และหากเกิดขึ้นบ่อยๆความไม่มั่นใจและวิตกกังวลจะตามมา และจากการสำรวจในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2547 พบว่าชายไทยทั่วประเทศ อายุ 40 – 70 ปี จำนวน 1,250 รายมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศถึงร้อยละ 43 ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน หากคุณไม่อยากเกิดปัญหานี้หรือมีความกังวลว่ากำลังพบเจอปัญหานี้หรือเปล่า ต่อไปนี้คือเรื่องที่ควรศึกษาและเข้าใจเพื่อจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงที
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร?
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หมายถึง การที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัว หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จจนเป็นที่พึงพอใจอยู่เป็นประจำหรืออย่างต่อเนื่อง ซึ่ง อาการนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้ชายในช่วงวัยใดก็ได้ แต่ก็มักจะพบมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น

สาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
1. ความกังวล ความเครียด ความโกรธ ความวิตกกังวล ความอ่อนล้า ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลให้อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้ นอกจากนี้การใช้ยาที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยาระงับประสาท ยาต้านการซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิตบางชนิด และแอลกอฮอล์ การป่วยเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ปอด ไต หรือโรคตับ และโรคมะเร็งบางชนิดก็มีผลเช่นกัน
2. การดื่มแอลกอฮอล์ หลายๆ คนมักเข้าใจว่าการดื่มแอลกอฮอล์สามารถสร้างบรรยากาศ หรือเพื่อทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้อย่างดี แต่การดื่มมากเกินไปกลับทำให้คุณทำกิจกรรมทางเพศได้ยากขึ้น เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไป อาจไปรบกวนการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้
3. ปัญหาสุขภาพความเจ็บป่วยต่างๆ อาจส่งผลต่อเส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือการไหลเวียนโลหิตที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศไม่ดี รวมไปถึงการผ่าตัดเพื่อรักษาปัญหาต่อมลูกหมาก หรือกระเพาะปัสสาวะ อาจส่งผลต่อเส้นประสาทและหลอดเลือดที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
4. ความอ้วน การมีน้ำหนักตัวมากเกินไป สามารถทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติการทางเพศลดลงได้ เนื่องจากผู้ชายอ้วนมักมีระดับฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนอันเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อความต้องการทางเพศ และสร้างการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง นอกจากนี้การมีน้ำหนักมากยังอาจเป็นผลทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง ซึ่งสามารถลดการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศชาย และส่งผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้
5. อายุที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นประสิทธิภาพทางเพศย่อมเสื่อมลงและทำงานได้ไม่เต็มที่

แนวทางรักษาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศหลายวิธีด้วยกัน ตามความเหมาะสม และความต้องการของคนไข้แต่ละคน ได้แก่
1. การให้คำแนะนำปรึกษา เพื่อให้เข้าใจเหตุและผลของปัญหา ตลอดจนการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงหรือกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ
2. การใช้ยา ขณะนี้มียากินที่รักษาโรคนี้อย่างได้ผลดีพอควร ตลอดจนกินง่าย และไม่ค่อยมีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งแพทย์จะให้ยารับประทานชนิดที่มีฮอร์โมนเพศชาย หรือ “เทสโทสเตอโรน” เสริมเข้าไปก่อน ในคนไข้กลุ่มที่อายุยังไม่ถึง 50 ปี แต่ถ้ายังไม่ได้ผล แพทย์อาจให้ยาช่วยเรื่องการแข็งตัวขององคชาตเพิ่มเข้าไป แต่ในคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 50 – 60 ปีขึ้นไป กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ฮอร์โมนเพศชายต่ำ มีเส้นเลือดตีบและส้นประสาทเสื่อม แพทย์จะให้ทั้งฮอร์โมนเพศชาย และยาช่วยเรื่องการแข็งตัวไปพร้อมๆ กัน
3. ยาฉีด จะเป็นหลอดและเข็มเล็ก ๆ เหมือนที่ใช้ฉีดอินซูลินในคนไข้เบาหวาน โดยฉีดเข้าที่อวัยวะเพศโดยตรง ซึ่งตัวยาจะมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศขยายตัว และแข็งได้นานครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง
4. ยาสอด ตัวยาชนิดนี้จะเป็นตัวเดียวกับยาฉีด เพียงแต่ใช้สอดเม็ดยาเล็ก ๆนี้ เข้าทางท่อปัสสาวะ หลังจากคลึงอวัยวะเพศประมาณ 5-10 นาที ตัวยาจะซึมเข้าไปในอวัยวะเพศและทำให้แข็งตัวขึ้นมาได้
5. ใช้ปั๊มสูญญากาศ  ซึ่งจะเป็นกระบอกพลาสติกสวมครอบอวัยวะเพศ เมื่อดูดลมในกระบอกออกจนเป็นสูญญากาศ เลือดจะวิ่งเข้ามาในอวัยวะเพศแทน ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว หลังเอากระบอกออก ก็ต้องใช้ยางรัดที่โคนอวัยวะเพศ เพื่อกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกาย วิธีนี้ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องเสี่ยงกับการใช้ยา
6. การผ่าตัดแก้ไขเส้นเลือดแดงหรือดำที่มีปัญหา วิธีเหล่านี้ค่อนข้างได้ผลน้อย จึงควรทำเฉพาะกรณีที่จำเป็นและเหมาะสมโดยแพทย์เท่านั้น
7. การใส่แกนอวัยวะเพศเทียม วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย เมื่อใช้อย่างอื่นไม่ได้ผลแล้ว เนื่องจากแกนอวัยวะเพศเทียมค่อนข้างแพงมาก และศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะบางคนเท่านั้น ที่สามารถทำผ่าตัดชนิดนี้ได้
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงในการทำให้เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหลายอย่างด้วยกัน จึงต้องใส่ใจหลายๆเรื่อง นั่นคือ
1. ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด ไม่กังวล ผ่อนคลาย มีความสุข
2. ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
3. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ และอาหารไขมันสูง
4. ควบคุมโรคที่เป็นอยู่แต่เนิ่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติ
ถึงแม้ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจะดูย่ำแย่สำหรับผู้ชาย แต่การป้องกันและรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้คุณห่างไกลจากอาการนี้ได้ และหากพบว่าเริ่มๆมีปัญหารีบปรึกษาแพทย์ทันทีอย่ารอ เพราะเมื่อเป็นมากคุณอาจเรียกสิ่งดีๆกลับมาไม่ได้แล้ว…

Leave a comment

Your email address will not be published.