วิธีเลิกบุหรี่ง่ายๆด้วยตัวเอง

 

สวัสดีครับ วันอยากจะบอกทุกคนว่าโลกของเราน่าอยู่ขึ้นจริงๆครับ หากเราทุกคนรักสุขภาพได้โดยไม่เดือดร้อนขึ้นเองซึ่งนั่นก็เกิดจากการสูบบุหรี่เหมือนกันครับ หากเราสูบในที่สาธารณะคนรอบข้างก็จะรังเกียจเพราะฉนั้นทาง Thaimen มีบทความเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ครับ


เราทุกคนทราบกันดีว่า “บุหรี่” มีผลเสียให้โทษต่อร่างกาย และควันของบุหรี่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของผู้อื่นอย่างไร แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่สูบบุหรี่ และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลายคนพออยากจะเลิกบุหรี่ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จะเริ่มจากตรงไหนก่อน บางคนคิดว่าติดบุหรี่มากๆ คงเลิกไม่ได้หรอก อย่างพึ่งถอดใจไป Thaimen ได้รวบรวม วิธีเลิกบุหรี่ ด้วยตัวเองง่ายๆ ให้หายขาดจากอาการติดบุหรี่และไม่กลับไปสูบอีกมาไว้ในบทความนี้แล้วครับ 

 

ทำไมถึงติดบุหรี่ วิธีเลิกบุหรี่ช่วยได้ไหม?

เหตุผลที่ “บุหรี่ติดง่าย แต่เลิกยาก” นั่นก็เพราะว่าในบุหรี่มีสารนิโคติน (nicotine) ที่เมื่อสูบเข้าไปจะทำให้มีการหลั่งสาร Dopamine เป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้ผู้สูบมีความสุข และผ่อนคลาย จึงทำให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ เลิกบุหรี่ไม่ได้ เมื่อไหร่ที่หยุดสูบหรือไม่ได้สูบ สาร Dopamine ก็จะลดลง ทำให้เกิดความรู้สึกอยากสูบบุหรี่เพื่อที่จะเพิ่มระดับของสาร Dopamine ขึ้นมา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงติดบุหรี่

 

 

นอกจากนิโคตินที่ทำให้ติดบุหรี่แล้ว การติดบุหรี่ยังเกิดขึ้นได้จาก นิสัย พฤติกรรม คือการสูบบุหรี่กับร่วมกับการกระทำบางอย่าง เช่น สูบบุหรี่หลังกินกาแฟ สูบบุหรี่หลังกินเหล้า ในด้านอารมณ์ความคิด คือสูบบุหรี่เมื่อมีเรื่องเครียด กังวล หรือเบื่อ สาเหตุเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากความเคยชินในการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ทำให้ต้องสูบบุหรี่แม้ไม่ได้มีความอยากบุหรี่เลยก็ตาม  

โทษของการสูบบุหรี่

ก่อนจะพูดถึงวิธีเลิกบุหรี่ เรามารู้จักโทษและผลกระทบของบุหรี่กันก่อนดีกว่า เพราะการสูบบุหรี่นอกจากจะทำให้มีอาการติดบุหรี่แล้ว ยังส่งผลกระทบในระยะสั้น และระยะยาวต่อร่างกายดังนี้

ผลกระทบระยะสั้น

  • มีอาการแสบตาน้ำตาไหล
  • ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วขึ้น
  • การรับรู้รส กลิ่น ลดลง
  • มีกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น
  • มีกลิ่นปากและลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
  • มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามร่างกายและเสื้อผ้า
  • คาร์บอนมอนนอกไซด์ในปอดและในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น

ผลกระทบระยะยาว (เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ)  

  • โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  • โรคมะเร็งปอด และมะเร็งในส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น มะเร็งกล่องสียง หลอดอาหาร ลำคอ และกระเพาะปัสสาวะ
  • โรคหลอดเลือดสมอง หรือหลอดอื่นส่วนอื่นๆ ตีบตัน และหลอดเลือดใหญ่ทรวงอก และช่องท้องโป่งพอง
  • เส้นเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจขาดเลือด เสี่ยงหัวใจวายได้
  • สมรรถภาพทางเพศเสื่อม จากการอุดตันของเส้นเลือดขนาดเล็กที่ไปเลี้ยงประสาท เกี่ยวกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
  • เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแขนและขาตีบตัน อาจถึงขั้นตัดแขนหรือขาทิ้งได้

จะเห็นได้ว่าผลเสียของการสูบบุหรี่นั้นน่ากลัวกว่าที่คิด ส่งผลร้ายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก

 

 

วิธีเลิกบุหรี่ ด้วยตัวเอง

Quit smoking word written with broken cigarette concept for quitting smoking

การเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเราตั้งใจจะทำก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถ อย่าคิดว่าติดบุหรี่แล้วจะเลิกไม่ได้หากยังไม่ได้เริ่มต้น  โดยวิธีเลิกบุหรี่ให้หายขาดจากอาการติดบุหรี่ทำได้ดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายและแรงจูงใจ

ให้กำหนดเป้าหมายหรือแรงจูงใจในการเลิกสูบบุหรี่ให้ชัดเจน อาจใช้วิธีเขียนติดผนังว่าเราต้องการเลิกบุหรี่เพราะอะไร เช่น เพื่อครอบครัว เพื่องาน หรือเพื่อสุขภาพ

  1. เลิกบุหรี่ด้วยมะนาว

ใช้มะนาวเป็นตัวช่วยโดยการนำมะนาวทั้งเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พกติดตัวไว้ เมื่อมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ให้หยิบมะนาวขึ้นมาอมโดยอมช้าๆ และเคี้ยวเปลือกมะนาวและกลืน จากผลการวิจัยพบว่าในมะนาวมีวิตามินซีที่มีสารช่วยลดความอยากนิโคตินได้  และในผู้ที่เลิกบุหรี่ด้วยมะนาวส่วนใหญ่พบว่าเลิกบุหรี่ได้ภายใน 2 สัปดาห์ และจะทำให้ไม่มีความอยากสูบบุหรี่อีก

  1. อาหารเลิกบุหรี่

การทานอาหารก็มีส่วนช่วยลดความอยากในการสูบบุหรี่ได้เช่นกัน โดยอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเลิกบุหรี่มีดังนี้

  • นมสด ช่วยลดปริมาณการสูบบุหรี่ลงได้ เพราะการดื่มนมสดจะช่วยให้รสชาติของบุหรี่แย่ลงได้
  • ผักใบเขียว ยิ่งเขียวยิ่งดี เนื่องจากผักที่มีความเขียวจัด จะมีฤทธิ์ที่ทำให้ไม่อยากสูบบุหรี่และยังมีคลอโรฟิลล์ สารต้านอนุมูลอิสระ
  • ไข่ อกไก่ ถั่ว อาหารเหล่านี้จะสร้างสารซีโรโทนิน (Serotonin) ที่จะช่วยให้การเลิกบุหรี่ง่ายขึ้น โดยอาหารทั้ง 3 อย่างนี้ ถูกนำโดยมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ ว่าเหมาะกับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่
  1. เคี้ยวหมากฝรั่ง

ลองหยิบหมากฝรั่งขึ้นมาเคี้ยวเมื่อมีอาการอยากสูบบุหรี่ ซึ่งวิธีนี้มีทั้งคนที่บอกว่าได้ผลและไม่ได้ผล แต่ลองดูก็ไม่เสียหาย

  1. ขอคำปรึกษาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ไม่ว่าจะเป็นจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญโทร Quit Line 1600 สถาบันธัญญารักษ์ หรือคลินิกเลิกบุหรี่ตามโรงพยาบาลทั่วไป

  1. กำหนดเวลาในการเลิกบุหรี่

ว่าจะใช้เวลาจากจากวันที่เท่าไหร่ถึงวันที่เท่าไหร่ โดยระหว่างนั้นจะต้องไม่หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบโดยเด็ดขาด

  1. ทิ้งอุปกรณ์ในการสูบบุหรี่

ไม่ว่าจะเป็น ไฟแช็ก ที่เขี่ยบุหรี่ ฯลฯ ควรทิ้งไปให้หมด เพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จะได้ไม่เผลอหยิบมาสูบอีก

และที่สำคัญไม่ควรอยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่ บริเวณที่มีการสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้เกิดความอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาอีกได้

  1. ดื่มน้ำให้มาก

ในช่วงเวลา 2-3 อาทิตย์แรกที่กำลังเลิกบุหรี่จะมีความทรมานและความอยากสูบบุหรี่อยู่มาก การดื่มน้ำมากๆ จึงช่วยบรรเทาได้โดยในหนึ่งวันควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 10 แก้ว (ประมาณ 2 ลิตร ) จะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย บรรเทาความหงุดหงิดลงได้บ้าง

  1. หากิจกรรมทำเพื่อดึงความสนใจ

เมื่อมีอาการอยากสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็น ออกกำลังกาย เล่นเกม หรือดูหนัง อะไรก็ได้ที่จะเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้ไปหยิบบุหรี่มาสูบ

 

วิธีเลิกบุหรี่แบบใช้ยา

นอกจากวิธีเลิกบุหรี่ด้วยตัวเองแล้ว ในปัจจุบันมียาช่วยให้เลิกบุหรี่อยู่หลายชนิดซึ่งสามารถช่วยลดอาการติดบุหรี่ได้เช่นกัน โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบดังนี้

  1. นิโคติน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบแผ่นแปะ และแบบหมากฝรั่ง สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้ง 2 แบบ หรือใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย
  2. ยาแบบกิน แบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกันดังนี้
  • Champix ตัวยาจะช่วยกระตุ้นสมองแทนนิโคตินให้ปล่อยสารเคมีออกมา และจะเข้าไปบล็อกนิโคตินไม่ให้ออกฤทธิ์ที่สมอง การใช้ยาชนิดนี้ผู้ป่วยจะมีเวลาในการตั้งตัวในการเลิกบุหรี่ จะไม่มีอาการลงแดง แต่หากจะให้เห็นผลผู้ป่วยจะต้องใช้ยาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน
  • Quomem โดยปกติแล้วตัวยาชนิดนี้เป็นยาแก้โรคซึมเศร้า แต่ทางการแพทย์พบว่าสามารถใช้เลิกบุหรี่ได้ จึงนำมาใช้ในผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ด้วย ซึ่งต้องกินติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน แต่ในผู้ที่ติดบุหรี่มากๆ แพทย์อาจใช้ยาทุกชนิดเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ
 

Leave a comment

Your email address will not be published.